จะมี “เด็กมหัศจรรย์” อยู่ที่ฮากาตะหรือเปล่านะ?

วันที่ 1 พฤษภาคม 2011 ในงานจับมือเดี่ยวซิงเกิลลำดับที่ 20 ของ AKB48 “Sakura no Ki ni Narou” มีการประกาศเรื่องที่จะตั้งวงน้องสาวของ AKB48 วงใหม่ขึ้นที่เมืองฟุกุโอกะ จังหวัดฟุกุโอกะ

ชื่อวงนั้นคือ HKT48

จังหวะที่มีการประกาศเรื่องตั้งวง HKT48 ยิ่งกลายเป็นแรงผลักดันให้กับกลุ่ม AKB48 ที่กำลังมีการขยายตัวอย่างกว้างขวางในตอนนั้น

เริ่มตั้งแต่ 4 เดือนก่อนหน้าการประกาศตั้งวง HKT48 นั้น ในวันที่ 1 มกราคม NMB48 ก็มีการเปิดการแสดงที่เธียเตอร์เป็นครั้งแรก และ ในเดือนมีนาคม SKE48 แห่งนาโงย่า ก็คว้าอันดับที่ 1 ของโอริคอนชาร์ทรายสัปดาห์มาครองได้ด้วยซิงเกิล “Bansai Venus”

“ไม่แพ้พวกวงพี่น้องหรอก!” กำลังใจของแฟนๆ นาโงย่ากำลังเพิ่มสูงขึ้น

กลุ่มของ AKB48 กำลังค่อยๆ แผ่ขยายออกไปเรื่อย ๆ

แต่ทว่ามีแฟนๆ ไม่น้อยที่ตั้งแง่กับการประกาศที่ฮากาตะ

“NMB48 พึ่งจะเปิดการแสดงครั้งแรกที่เธียเตอร์ไปได้ไม่นานแท้ๆ ก็มีวงต่อมาอีกแล้ว อะไรกันเนี่ย?”

“มีพวกวงน้องสาวโผล่ขึ้นมายุบยับแบบนี้จะไปรอดเหรอ? แบบนี้เริ่มจะน่าเบื่อแล้วสิ”

มีความเห็นแบบนี้จากแฟนๆ อยู่บ้าง

นอกจากนี้ก็ยังมีนักเขียนเกี่ยวกับไอดอลบางคนที่มองว่า “จะมีพวกเด็กมหัศจรรย์อยู่ที่ฮากาตะหรือเปล่านะ?”

สำหรับ AKB48 แล้ว ก็ต้องพูดถึง ทาคาฮาชิ มินามิ และ มาเอดะ อัตสึโกะ ที่มีความสามารถในการชักนำกลุ่มอยู่ สำหรับ SKE48 แห่งนาโงย่าแล้ว มีมัตสึอิ จูรินะ ที่ได้รับการขนานนามจากโปรดิวเซอร์ อากิโมโตะ ยาสุชิ ว่าเป็นเด็กที่พระเจ้าส่งมาให้ และมัตสึอิ เรนะ NMB48 เองก็มี ยามาโมโตะ ซายากะ และ วาตานาเบะ มิยูกิ ที่มีพลังในการชักนำกลุ่ม สำหรับฮากาตะแล้ว จะมีเหล่าเด็กสาวที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนที่มีความสามารถเช่นนั้นอยู่หรือเปล่านะ

ในกลุ่ม AKB48 ที่มีคนจำนวนมากหมุนเวียนเข้าออกอยู่ การจะต้องมีตัวตนในกลุ่มให้ได้นั้น ไม่ง่ายเลย ที่ตรงนั้นจึงมีทั้งความหวังและความกังวลใจรวมอยู่ด้วยกัน การขยายอิทธิพลของกลุ่ม AKB48 อาจจะจบลงที่ฮากาตะก็ได้

ภายใต้สถานการณ์เช่นนั้นการรับสมัครผู้เข้าร่วมออดิชันก็ได้เริ่มต้นขึ้น

เหล่าเด็กสาวที่ใฝ่ฝันจะเป็นไอดอลทั่วทั้งคิวชู ก็มุ่งเป้ามาที่ฮากาตะ

 

เด็กสาวคนหนึ่งกำลังกลุ้มใจเรื่องการเข้าวงน้องสาวของ AKB48 สำหรับเด็กสาวที่มีความสนใจในวงการบันเทิงมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก การออดิชันของ HKT48 นั้นถือเป็นโอกาสดีอย่างแท้จริงในการไปสู่ความฝัน แต่ทว่าวันที่มีการออดิชันนั้นกลับตรงกับวันแข่งใหญ่ครั้งสุดท้ายของชมรมบาสเก็ตบอลที่เธอทุ่มเทระยะเวลาตลอดสามปีของมัธยมต้นให้ เป็นเวลาสามปีที่ทุ่มให้กับการเรียนและกิจกรรมชมรม พอคิดว่าจะต้องทรยศต่อเพื่อนร่วมชมรมที่เดินร่วมทางกันมาตลอดสามปีแล้ว ก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจยิ่งนัก

เพราะอย่างนั้นแล้วเด็กสาวจึงรู้สึกสับสน

“ความลำบากใจที่จะต้องจากพ่อแม่ไปโตเกียว” เป็นลักษณะเฉพาะของเหล่าเด็กสาวตามต่างจังหวัดที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นคนในวงการบันเทิง

เด็กสาวเองก็เช่นกัน ด้วยเหตุผลนี้จึงทำให้เด็กสาวไม่สามารถจะไปได้

ในเวลานั้น เมื่อได้รู้เรื่องที่สามารถจะเป็น HKT48 ได้ สำหรับเหล่าเด็กสาวที่ไม่สามารถไปโตเกียวได้ “การที่สามารถเข้าวงน้องสาวของ AKB48 ในต่างจังหวัดได้นั้น” สำหรับพวกเธอแล้วถือเป็นโอกาสที่ดีมาก ๆ

เด็กสาวเองก็คิดแบบนั้นเช่นกัน “โอกาสแบบนี้คงไม่มีมาอีกแล้วล่ะ” ยิ่งเธอสับสนและกลัดกลุ้มใจมากขึ้นจึงไปปรึกษากับอาจารย์ที่ปรึกษา และได้รับคำตอบเช่นนี้กลับมา

“นี่เป็นชีวิตของเธอเอง จะลงแข่งบาสเก็ตบอล หรือ เข้าร่วมการออดิชัน เธอต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง”

นั่นสินะ การที่ตัดสินใจจะเข้าร่วมการออดิชันนี้ ก็เป็นตัวเราเอง ตอนนี้ ตรงนี้ ถึงจะต้องทำเรื่องที่เป็นเหมือนการทรยศต่อเพื่อนๆ แต่ก็จะทรยศต่อการตัดสินใจของตัวเองไม่ได้

เด็กสาวจึงตัดสินใจเลือกการออดิชัน

เพราะต้องการเปลี่ยนแปลงตัวเองที่เคยอ้วนจึงเข้าชมรมบาสเก็ตบอล จนกระทั่งสามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนที่มุ่งไปข้างหน้าได้สำเร็จแล้ว แต่ทว่านั่นก็เป็นปกติสำหรับความพยายามที่ทำมาตลอด

เมื่อคิดถึงทุกวันที่พยายามอย่างหนักจนมาถึงตอนนี้แล้ว ใบหน้าของเพื่อนๆ ก็ลอยขึ้นมา น้ำตาก็ร่วงพรู ไม่ว่าทำอย่างไรก็หยุดไม่ได้

ชื่อของเด็กสาวคือ โคดามะ ฮารุกะ

ในวันต่อมา เธอก็มายืนอยู่ในสถานที่จัดงานออดิชัน พร้อมกับดวงตาที่บวมจากการร้องไห้อย่างหนัก

 

เด็กสาวคนนั้นตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้วจึงมายังสถานที่ออดิชัน

เริ่มตั้งแต่สมัยประถม 1 ที่เธอได้เข้าร่วมชั้นเรียนเกี่ยวกับละครเพลง จนตอนประถม 5 เธอก็ได้แสดงละครเรื่อง “ไลอ้อนคิง” ของบริษัทเกคิดันชิกิ จึงได้สั่งสมประสบการณ์ไว้มากมาย

ตอนมัธยมปีที่ 2 เธอก็ได้เห็นประกาศรับสมัครของ HKT48

แม้จะเป็นเด็กสาวที่เคยขึ้นเวทีมาหลายต่อหลายครั้งก็ตาม แต่หากต้องคิดถึงเรื่องอนาคตล่ะก็ เธอคิดว่าสำหรับวงการการแสดงแล้ว นี่คือเวลาที่ควรพอเสียที

อนาคตจะเป็นหมอสูตินารีเวช

เป็นความฝันที่ตั้งเป้าไว้ควบคู่ไปกับเรื่องละครเวที

ทั้งสองเรื่องล้วนเป็นความฝันที่สำคัญ

แต่ทว่า ความรู้สึกที่ว่าอยากจะลองท้าทายกับเรื่องที่มีแค่ตอนนี้เท่านั้นที่จะสามารถเปล่งประกายได้ ค่อยๆ เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับเด็กสาวที่เริ่มคิดเช่นนั้นแล้ว การรับสมัครของ HKT48 จึงเหมาะพอดีที่จะลองท้าทายดูเป็นครั้งสุดท้าย

“ถ้าหากว่า ครั้งนี้ออดิชันไม่ผ่าน ก็จะได้ตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่เพื่อเป็นหมอ”

สิ่งที่เด็กสาวผู้ตัดสินใจแล้วได้เห็นในสถานที่ออดิชันช่างเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับสามัญสำนึกของเด็กสาวในตอนนั้น

“การเต้นของเด็กคนนั้นสุดยอดเลย”

“เด็กคนนั้น ทั้งการออกเสียง ทั้งการร้อง สุดยอดเกินไปแล้ว”

แต่ทว่าบรรดาคู่แข่งมากมายที่เธอเห็นในสถานที่นั้นกลับหายไป ในทางกลับกัน เด็กที่เธอคิดว่า “เอ๋? เด็กคนนั้นจะไหวเหรอเนี่ย” กลับได้ผ่านเข้าไปสู่การตัดสินรอบต่อไป

“เด็กที่ทำไม่ได้กลับผ่านเข้ารอบ”

นั่นคือความตกตะลึงสำหรับเด็กสาวที่เคยเข้าร่วมการออดิชันหานักแสดงเด็กมาหลายครั้งแล้ว

“แบบนี้ไม่ผ่านแน่นอน”

การออดิชันที่ตัดสินใจไปแล้วว่าจะเป็นโอกาสสุดท้าย หมดหวังแล้วล่ะ

ชื่อของเด็กสาวคนนั้นคือ มิยาวากิ ซากุระ

สิ่งที่อยู่ต่อหน้าเด็กสาว ณ เวลานั้น ทำให้เธอมองไม่เห็นเส้นทางที่จะนำไปสู่ความฝันได้เลย

DSCF6525

(ภาพประกอบจากหนังสือ : รูปถ่ายวัดส่วนสูงในตอนออดิชัน มิยาวากิ ซากุระ (ซ้าย) มาจากคาโกชิมะ อายุในตอนนั้น 13 ปี ส่วนสูง 151 ซม. และ โคดามะ ฮารุกะ (ขวา) สังกัดชมรมบาสเก็ตบอล ดูสมกับเป็นนักกีฬา อายุในตอนนั้น 15 ปี)

Advertisements

One thought on “จะมี “เด็กมหัศจรรย์” อยู่ที่ฮากาตะหรือเปล่านะ?”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s