ถ้อยคำจากทาคาฮาชิ มินามิ

เป็นเวลาประมาณ 1 เดือนนับจากวันแรก มีข่าวใหญ่ส่งมาถึงเหล่าเด็กสาว เป็นกำหนดการให้ไปออกรายการ Kouhaku Uta Gassen ครั้งที่ 62 ของ NHK ที่จะจัดขึ้นช่วงสิ้นปี ในฐานะ แบคอัพแดนเซอร์ของ AKB48 พึ่งจะเดบิวต์ได้แค่ประมาณ 1 เดือน ก็ได้ไปยืนบนเวที Kouhaku Uta Gassen ช่างเป็นโชคดีอย่างเหลือเชื่อ

วันจริง วันที่ 31 ธันวาคม

เหล่าเด็กสาวที่ได้รับเลือกให้มาออกรายการ Kouhaku ทั้ง 15 คน กำลังตื่นเต้นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

เวที Kouhaku ครั้งแรก

การแสดงร่วมกับกลุ่มรุ่นพี่เป็นครั้งแรก

ในตอนที่ใครๆ ก็เหมือนกำลังจะถูกบดขยี้ด้วยความตึงเครียด มีเด็กสาวคนหนึ่งกำลังกังวลใจ

อานาอิ จิฮิโระ

“จริงๆ แล้ว ความตื่นเต้นเรื่อง Kouhaku Uta Gassen ก็มีอยู่หรอกค่ะ แต่ว่าเพราะตอนนั้นไม่รู้ว่าต้องทำยังไง HKT48 ถึงจะรวมใจกันเป็นหนึ่งเดียวได้ ก็เลยเอาแต่คิดเรื่องนี้อยู่ตลอดเวลาค่ะ”

เหล่าเด็กสาว HKT48 นั้นไม่มีทั้งเรื่องโต้เถียงกันต่อหน้า หรือ แม้แต่การขัดแย้งกันเลย

สต๊าฟก็แนะนำว่า “ในตอนที่มีเรื่องกังวลใจ ขอให้คุยเรื่องที่ควรจะแก้ไขกันซะนะ”

อานาอิ “พอสต๊าฟบอกอย่างนั้น ก็พยายามพูดบ้างเท่าที่จะทำได้ แต่ว่า รุ่นที่ 1 ไม่มีเด็กที่ทำแบบนั้นแม้แต่คนเดียว ทะเลาะกันสักครั้งก็ไม่เคยค่ะ ไม่มีทั้งการถกเถียงกันหรือความเห็นขัดแย้งกันเลย ก็ไม่รู้ว่าดีหรือไม่ดีที่เป็นแบบนี้ แต่เพราะรู้แค่ว่า “ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” ก็เลยกลุ้มใจ จนสุดท้ายก็คิดว่าอยากจะไปปรึกษากับคุณทาคามินะ (ทาคาฮาชิ มินามิ ผู้จัดการทั่วไปกลุ่ม AKB48) ถ้าไปคนเดียวจะรู้สึกลำบากใจ ก็เลยไปกับ ชินามอน(ชิโมโนะ ยูกิ) แล้วที่หน้าห้องแต่งตัวก็คิดว่า ต้องตอนนี้เท่านั้นล่ะนะ”

อานาอิกับชินามอนดึงเอาความกล้าทั้งหมดที่มีออกมา เดินเข้าไปใกล้ทาคาฮาชิ มินามิ และส่งเสียงเรียก

อานาอิ “อานาอิ จิฮิโระ จาก HKT48 ค่ะ ความจริงแล้ว มีเรื่องจะปรึกษาน่ะค่ะ ไม่ทราบว่าตอนนี้พอจะมีเวลาหรือเปล่าคะ”

ทาคาฮาชิ “ได้สิ มีอะไรเหรอ?”

ทาคาฮาชิยิ้มกว้าง

อานาอิ “คือว่า  HKT48 ไม่มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันเลยค่ะ ควรจะทำอย่างไรดีคะ”

พอได้ฟังเรื่องของอานาอิแล้ว ทาคาฮาชิก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนพร้อมกับพูดว่า “อย่างงั้นเหรอ นั่นสินะ ถ้าอย่างงั้น ช่วยไปพาเมมเบอร์ HKT ทุกคนที่อยู่ตอนนี้มาหน่อยได้มั้ย”

อานาอิก็กลับไปที่ห้องแต่งตัวของตัวเองทันที และพาเมมเบอร์คนอื่นๆ มา

เมมเบอร์ HKT48 ยืนเรียงกันโดยมีทาคาฮาชิ มินามิ อยู่ตรงกลาง

ทาคาฮาชิ “เริ่มแสดงโคเอ็นมา 1 เดือนแล้ว แน่นอนว่าคงจะเริ่มรู้สึกกันแล้วว่า “เทียบกับเด็กคนนั้นแล้ว ตำแหน่งของชั้นนี่ช่าง…” พอเป็นแบบนั้นแล้วก็คงจะรู้สึกขัดใจสินะ และในใจก็คงมีความรู้สึกไม่พอใจตกค้างอยู่ นอกเหนือไปจากนั้น ก็มีเรื่องที่ต่างคนต่างไม่แสดงความเห็นกันเพราะกลัวว่าจะเกิดการขัดแย้ง กลับกันแล้ว ความสัมพันธ์ที่ไม่สามารถถกเถียงกันได้ทุกเรื่องเนี่ย คิดว่าใช้ไม่ได้หรอกนะ อะไรที่อยากพูดก็พูดออกมาให้ชัดเจน ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องของตัวเองนะ หากว่ามองเรื่องรอบๆ ตัวแล้ว แต่ไม่ทำอะไรก็ไม่มีทางเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันได้หรอกนะ”

ความรู้สึกหวั่นไหวด้วยความหวาดกลัวซัดสาดเข้าใส่เด็กสาวทั้ง 15 คน

ความรู้สึกที่ถูกคาดเดาเรื่องที่คิดอยู่ในใจของตัวเองออก

ทาคาฮาชิ “หากว่า พูดกันสองต่อสองลำบาก ก็มารวมตัวกันเป็นกลุ่มแล้วพูดก็ได้ จะใช้วิธีไหนในการพูดคุยก็ได้  อย่างไรก็แล้วแต่ ถ้าพูดแต่เรื่องไม่ดีก็คงทำให้กำลังใจตกต่ำกันล่ะนะ กลับกันถ้าตัวเองถูกพูดถึงแต่เรื่องไม่ดี ก็คงจะพยายามไม่ไหว นั่นเป็นสิ่งที่เหมือนกันระหว่าง การใช้ชีวิต และ การแสดงบนเวที เพราะฉะนั้น ในตอนที่แสดงความเห็นเนี่ย “ตรงนี้ทำแบบนี้น่าจะดีนะ ตรงนี้ทำแบบนี้ดีอยู่แล้ว” คอยดูแลกันและกัน คอยถกเถียงกัน การทำเช่นนั้นแล้วก็คิดเรื่องของอีกฝ่ายแล้วนำมาถกนี่เป็นเรื่องที่สำคัญนะ สิ่งนั้นแหละคือทีม”

“การคิดเรื่องของอีกฝ่ายและแสดงความเห็นออกมา นั่นคือ ทีม”

เหล่าเด็กสาวนั้นตอนนี้ได้ถูกชี้ให้เห็นในสิ่งที่พวกเธอยังขาดอยู่


 

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s