ความตกตะลึงจาก “Hatsukoi Butterfly”

ตุลาคม 2012 สตูดิโอบันทึกเสียง

ในวันนั้นมีประกาศสำหรับ HKT48

เกี่ยวกับเพลงประกอบในซิงเกิ้ลที่ 39 Eien Pressure ที่ชิมาซากิ ฮารุกะ จาก AKB48 ผู้ชนะการแข่งขันจังเคนไทไก รับหน้าที่เป็นเซนเตอร์

โดยปกติแล้วเพลงประกอบซิงเกิ้ลของ AKB48 นั้นส่วนใหญ่จะเป็นเพลงที่มาจากเมมเบอร์ที่เป็นอันเดอร์เสียมากกว่า ทว่า สำหรับซิงเกิ้ลนี้ วงน้องสาวอย่าง SKE48 NMB48 HKT48 แต่ละวงจะได้รับเพลงที่แต่งขึ้นโดยเฉพาะ วงละ 1 เพลง

สำหรับเมมเบอร์  HKT48 ทั้งหลายที่ยังไม่มีแม้แต่ CD เดบิวต์ และก็ได้แสดงแต่โคเอ็นที่สืบทอดมาจากรุ่นพี่แล้วนั้น นี่คือเพลงออริจินัลเพลงแรกของพวกเธอ

บทเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อพวกเราเท่านั้น

ชื่อของเพลงนี้คือ “Hatsukoi Butterfly”

ตัวเอกของเพลงที่กำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความรัก ระหว่างที่กำลังมองหญิงสาวที่แอบรักจากข้างหลังในระหว่างคาบเรียน ก็เกิดความรู้สึกหวั่นไหวเล็กๆ ขึ้นในใจ โดยไม่ทันรู้ตัวก็มีผีเสื้อบินเข้ามาในห้องเรียน ช่างเป็นเพลงที่เหมาะพอดีกับเหล่าเด็กสาว HKT48 ที่ยังบริสุทธิ์สดใส

ในตอนที่ได้ฟังเพลง หัวใจของเมมเบอร์ทุกคนถึงกับกระโดดโลดเต้น

“นี่คือการประกาศเมมเบอร์ 16 คนที่จะได้ร้องเพลงนี้”

คุณผู้จัดการซาโต้จะประกาศชื่อเมมเบอร์ทีละคน

เริ่มจากเมมเบอร์จากทีม H ต่อด้วย ซาชิฮาระ ริโนะ แล้วก็ โอตะ ไอกะ ที่ย้ายมาจาก AKB48 และจะมาเดบิวต์ที่เธียเตอร์ในวันที่ 11 พฤศจิกายน  จากนั้น ชื่อของ 3 คนจากรุ่นที่ 2 ก็ถูกเรียก

ทาชิมะ เมรุ, โทโมนากะ มิโอะ, ฟุจิกามิ ไม

เมมเบอร์ทีม H ในตอนนั้น คุมาซาวะ เซรินะ และ ทานากะ นัตสึมิ หลุดจากการเป็นเซ็นบัตสึ (ทีม H ในเวลานั้น มีเมมเบอร์เพิ่มมาเป็น 15 คน)

จากนั้น ก็มีการประกาศเซนเตอร์

“เซนเตอร์ คือ ทาชิมะ เมรุ”

ชั่วพริบตา บรรยากาศในสตูดิโอก็กลายเป็นที่น่าอึดอัดขึ้นมาทันที

เพลงออริจินัลเพลงแรกในฐานะ HKT48 ถ้าหากเป็นไปตามลำดับแล้วล่ะก็ ทีม H รุ่นที่ 1 ควรจะต้องเป็นคนร้องสิ แต่กลับกลายเป็นว่า 3 คนที่พึ่งจะได้เดบิวต์เธียเตอร์ยังไม่ครบ 1 เดือนด้วยซ้ำ ได้เข้าร่วม ยิ่งกว่านั้น ยังได้เป็นถึงเซนเตอร์

เมมเบอร์หลายคนถึงกับตกตะลึงไปตามๆ กัน

วากาทาเบะ “ทุกคนร้องไห้เลยค่ะ พอได้ฟังประกาศจากผู้จัดการซาโต้ว่า ทานากะ นัตสึมิ และ คุมาซาว่า เซรินะ หลุดจากเซนบัตสึ แล้ว 2 คนนั้นก็ถูกสต๊าฟพาขึ้นไปที่สำนักงานข้างบน พอได้เห็นทั้ง 2 คนที่ร้องไห้อย่างหนักตอนกลับมา ชั้นก็พลอยร้องไห้ตามไปด้วย”

อุเอกิ “ฮารุปปี้ (โคดามะ ฮารุกะ) ไม่ได้มาร้องไห้อยู่ต่อหน้าพวกเราหรอกค่ะ แต่ว่ามองดูจากด้านหลังแล้วก็เหมือนกำลังร้องไห้อยู่ ก็เพราะว่าเป็นเซนเตอร์ของรุ่นที่ 1 มาโดยตลอดนี่นะ… ส่วนชั้น ตอนนั้น (โทโมนากะ) มิโอะ ได้อยู่ข้างหน้าชั้น ทำให้ชั้นเจ็บใจมากค่ะ หลังจากนั้นก็ร้องไห้ไประหว่างที่โทรหาผู้จัดการ “นี่หนูต้องอยู่ข้างหลังมิโอะเลยเหรอคะ” ตอนนี้พอคิดดูคงเป็นการทำตัวแบบเด็กๆ ค่ะ ทว่าก็มองเห็นแต่เรื่องที่ตัวเองตำแหน่งไม่ดีเท่านั้นแหละ แต่ว่าคุณผู้จัดการก็บอกชั้นว่า “เข้าใจความรู้สึกนะ แต่โคดามะน่ะเจ็บปวดยิ่งกว่าอีก” จริงด้วยสิ พอคิดได้แล้วก็ค่อยๆ ยอมรับมันได้

แต่ว่าจะให้รับได้ในทันทีก็ไม่ไหวล่ะนะ แล้วชั้นก็ถัก “มิซังกะ”(*1) ไม่ใช่เพื่อขอให้สมหวังอะไรหรอกนะคะ แต่เพื่อให้มีสมาธิ จะได้ลืมเรื่องที่ไม่พอใจได้ แต่ว่าในใจก็รู้สึกวุ่นวายไปหมดเลยค่ะ ทำมาสั้นบ้างยาวบ้าง ตอนนั้นก็ทำมาแต่มิซังกะที่สีมืดๆ ทึมๆ เต็มไปหมดเลยค่ะ (หัวเราะ) ชั้นน่ะถ้ามีเรื่องที่ทำให้รู้สึกทรมานใจล่ะก็จะทำพวกงานฝีมือค่ะ มีตุ๊กตาหมีขาวแต่ไม่มีลูกตาที่ทำขึ้นมาตอนไหนไม่รู้ด้วย ตอนนี้พอดูแล้วก็น่ากลัวแฮะ”

มิยาวากิ “ผลสุดท้าย ฮารุปปี้ก็ร้องไห้หนักมากเกินไปจนไม่สามารถบันทึกเสียงได้เลยค่ะ ชั้น เมรุ ซัชชี่ และไอจัง (โอตะ ไอกะ) เป็น 4 คนแรกที่จะเริ่มบันทึกเสียงก่อนค่ะ แต่ว่าชั้นก็ช๊อคอยู่เหมือนกันก็เลยไม่มีเสียงค่ะ ก็เลยบันทึกเสียงกันไม่ได้ กลายเป็นว่าชั้นเองก็ต้องมาบันทึกเสียงใหม่อีกทีวันหลัง

พอออกมาจากสตูดิโอแล้ว ตรงนั้นก็มีซัชชี่ที่กำลังถูกล้อมไปด้วยรุ่นที่ 1 ที่กำลังร้องไห้อยู่ นี่มันอะไรกัน ท่าทางของทุกคนดู “เข้มแข็ง” พอเห็นแบบนั้นแล้วชั้นเองก็ร้องไห้ออกมาด้วย ซัชชี่ก็ให้กำลังใจพวกเราว่า “ไม่เป็นไรนะ” เมรุจังเองก็มาขอโทษด้วย…. ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ความผิดของเมรุจังซะหน่อย ต้องมาทำเรื่องน่าสงสารแบบนี้”

แล้วคนที่ถูกระบุชื่อให้เป็นเซนเตอร์โดยไม่ทันตั้งตัวอย่าง ทาชิมะ เมรุ รู้สึกอย่างไร

ทาชิมะ “จริงๆ แค่ได้เป็นเซนบัตสึก็ตกใจแล้วนะคะ ถึงกับ “เอ๋” เลยค่ะ ตอนนั้นในรุ่นที่ 2 เองคนที่สนิทด้วยก็ยังไม่มี เพราะงั้นในกลุ่ม 3 คนที่ติดเซนบัตสึ ก็เลยพูดประมาณว่า “มาพยายามกันนะ” ค่ะ รุ่นที่ 2 เองก็ใช่ว่าจะรู้สึกดีกันนะคะ แล้วรุ่นที่ 1 ก็มีคนที่ร้องไห้ด้วย มองไม่ค่อยเห็นหรอกค่ะ ก้มหน้ามองพื้นอยู่ตลอดเลย “เป็นความผิดของชั้น…. ทุกคนถึงได้…. จะมีคนคิดว่า “ทำไมเป็นเด็กนี่ล่ะ พึ่งเข้ามาเองนะ” หรือเปล่า ยังไงล่ะรู้สึกเหมือนมีช่องว่างคั่นกลางระหว่างรุ่นที่ 1 กับรุ่นที่ 2 อยู่ ต้องโดดเดี่ยวอยู่คนเดียว”

จนถึงตอนนี้ ตั้งแต่เริ่มออกตัวจากเธียเตอร์ ก็มีปัญหามากมายก็เกิดขึ้้น

เรื่องที่รวมตัวกันไม่ได้

เหล่าเพื่อนพ้องที่กำลังจับมือกันอยู่กลับมีคนที่ปล่อยมือออกไป

เรื่องที่คนเข้าชมการแสดงแค่สิบกว่าคน

แม้กระนั้นแล้ว เหล่าเด็กสาวรุ่นที่ 1 ที่จับมือกันเดินมา

แน่นอนว่าเข้าใจดีว่าไม่ใช่ความผิดของรุ่นที่ 2 หรอกนะ

แต่ทว่า เรื่องนี้นั้น ทั้งเจ็บใจ และ เสียใจ

เส้นทางที่ทอดยาวอยู่ต่อหน้าเหล่าเด็กสาว ค่อยๆ มืดลงเรื่อยๆ


 

ปล.ฝากเพจหน่อยครับ เผื่อไว้แจ้งเวลาอัพเดทตอนใหม่กับเผื่อมีงานแปลอื่นอีก

https://www.facebook.com/bermby/

(*1) มิซังกะ ที่ นาโอะถักขึ้นมาก็คือกำไลข้อมือ (แบบในรูป) บ้างก็ว่าถักเพื่อให้โชคดี เพื่อขอพร เพื่อคำสัญญา ประโยชน์หลายอย่างมาก 🙂

vFoIu

Advertisements

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s