เดบิวต์ซิงเกิลที่แสนวุ่นวาย

มกราคม 2013

ตั้งแต่ HKT48 ถูกก่อตั้ง ก็ผ่านปีใหม่มา 2 ครั้งแล้ว

สำหรับ HKT48 ที่โฟกัสอยู่กับ CD เดบิวต์แล้ว ทุกคนต่างก็คาดการณ์กันว่าปีนี้จะต้องเป็นปีที่สำคัญ

และแล้ว ในวันหนึ่ง

เมมเบอร์ทุกคนก็ถูกเรียกไปที่เธียเตอร์

เนื่องจากจะมีการประกาศเซมบัตสึของเดบิวต์ซิงเกิ้ล

ความรู้สึกที่ราวกับกำลังอธิษฐานของเมมเบอร์ทีม H

เพราะว่าก่อนหน้านี้ เพลง “Hatsukoi Butterfly” ที่เป็นเพลง Coupling ของ HKT48 มี 3 ตำแหน่งที่ถูกรุ่นที่ 2 เอาไป ยิ่งกว่านั้น ยังกลายเป็นว่า ตำแหน่งเซนเตอร์นั้นถูก ทาชิมะ เมรุ แย่งเอาไปอีก

เดบิวต์ซิงเกิ้ลที่จะกลายเป็นความทรงจำของพวกเรารุ่นที่ 1

“รุ่นที่ 2 อย่าติดเข้ามานะ ขอให้มีแต่รุ่นที่ 1”

มีคนที่อธิษฐานเช่นนี้อยู่

เซนบัตสึกำลังจะถูกประกาศ ชื่อกำลังจะถูกเรียก

“ทาชิมะ เมรุ, โทโมนากะ มิโอะ, ฟุจิกามิ ไม, …..”

—– ผลลัพธ์ อะไรกันเนี่ย เมมเบอร์ชุดเดียวกับ “Hatsukoi Butterfly”

วันนั้น ยังไม่มีการประกาศเซนเตอร์ แต่ว่าบนใบหน้าของทุกคนก็แสดงให้เห็นว่ากำลังคิดแบบเดียวกันอยู่

“เช่นเดียวกับครั้งก่อน กล่าวคือ เซนเตอร์คือ……”

ภายหลังการประกาศเซมบัตสึเดบิวต์ซิงเกิ้ล

เซมบัตสึเดบิวต์ซิงเกิ้ลของ HKT48 กำลังมุ่งหน้าไปโตเกียว

เพื่อที่จะแสดงในอีเวนท์ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของ AKB48 “AKB48 Request Hour Setlist Best 100 2013” อีเวนท์นี้ แต่ละปี แฟนๆ จะโหวตเพลงของ AKB48 มีการแสดง 4 วัน โดยจะเริ่มประกาศจากอันดับที่ 100 เรียกได้ว่าเป็น “งานเลือกตั้งของบทเพลง”

ณ สนามบินที่จะมุ่งหน้าไปยังโตเกียวนั้น เอกสารเนื้อเพลงเดบิวต์ได้ถูกแจกจ่ายให้กับเมมเบอร์

ชื่อของเดบิวต์ซิงเกิ้ลคือ “Suki! Suki! Skip!”

วันธรรมดาๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงไปเพราะความรัก ความรักที่เป็นดั่งเวทมนตร์ ทุกย่างก้าวก็รู้สึกเบาขึ้น โลกก็เริ่มเปล่งประกายแวววาวเช่นเดียวกับอัญมณี เมื่อไหร่กันนะที่กลายเป็นว่ากำลังเดินล่องลอยอยู่ “รักข้างเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก เพียงแค่ได้พบกับเธอ ชั้นก็รู้สึกได้ถึงการมีชีวิตอยู่แล้ว”

เป็นเพลงรักข้างเดียวที่มองโลกในแง่ดีด้วยความร่าเริงสดใสของเด็กผู้ชาย

วากาทาเบะ “ตอนแรก ทุกคนที่ได้รับเอกสารมา ก็ตกใจว่า “อะไรเนี่ย! ชื่อเพลงนี้” “ดูชื่อเพลงรึยัง?” หลังจากนั้น “เอกสารการแบ่งท่อนร้อง” ก็ถูกแจกให้กับทุกคน พอดูแล้วก็เข้าใจเลยค่ะ หลายๆ อย่าง เช่น ใครที่ตำแหน่งขยับขึ้นมาจากตอน “Hatsukoi Butterfly” ในตอนนั้น “นี่มัน….. เพลงเดบิวต์ เซนเตอร์ก็เป็นเมรุจังด้วยเหรอ” คิดแบบนั้นค่ะ”

ในบรรดาเมมเบอร์ คนที่ช๊อคที่สุดก็คือ โคดามะ ฮารุกะ

โคดามะ “แน่นอนว่า…. เป็นเดบิวต์ซิงเกิ้ลที่เฝ้ารอมาตลอด ความฝันที่ชั้นวาดไว้ในใจก็คือ “ไม่ใช่แค่เซมบัตสึนะ แต่เป็นว่าได้ออกเดบิวต์ซิงเกิ้ลกับรุ่นที่ 1 ทุกคน” ก็เลยเผลอคิดไปว่า ความฝันนั้นโดนรุ่นที่ 2….. “เมรุจังทำลายลง!” แต่ “ชั้นเป็นยัยคนที่วาดฝันเอาเองไม่ใช่เหรอ””

แน่นอนว่า อย่าง “Sakura no Habiratachi” เพลงเดบิวต์สมัยอินดี้ของ AKB48 , หรือ “Tsuyokimono yo” ของ SKE48 ก็ไม่ใช่ระบบเซมบัตสึ แต่ร้องกันทั้งทีม (NMB48 ใช้ระบบเซมบัตสึ) ความคิดของโคดามะ ฮารุกะที่ว่า “ร้องเพลงเดบิวต์ซิงเกิ้ลร่วมกับรุ่นที่ 1 ทุกคน” ก็ไม่ใช่เรื่องที่จะเป็นไปไม่ได้

แต่ทว่า ความเป็นจริงนั้นเข้มงวดนัก

โคดามะ “ความรู้สึกในตอนนั้นเนี่ยวุ่นวายมากเลยค่ะ ที่จริง เพราะเป็นตอนนี้ก็เลยพูดได้ แต่ว่า…. ในหัวก็มีความคิดถึงขนาดที่ว่า “เดบิวต์ซิงเกิ้ลน่ะ ไม่ต้องออกก็ได้นะ” ผุดขึ้นมาซะงั้น แล้วเดบิวต์ซิงเกิ้ลของ HKT48 ก็ออกมา นั่นน่ะ ดีใจมากๆ  ที่ใจที่สุดเลย แต่ว่า ก็ร้องไห้อยู่ที่โรงแรมที่โตเกียวค่ะ

ตอน “Hatsukoi Butterfly” เป็นเมรุก็จริง แต่ว่าเดบิวต์เนี่ย ก็คาดหวังอะไรที่จะสมกับเป็นเดบิวต์เอาไว้ ……พูดตามตรงนะ ถ้าเป็น (มิยาวากิ) ซากุระ คิดว่ารับได้นะคะ ในการเลือกตั้งก็เป็นคนเดียวที่ติดอันดับ แต่ว่าจู่ๆ ก็มีคนที่เป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ว่า “อัจฉริยะในรอบ 10 ปี” เข้ามา พอรู้ตัวก็เป็นเซนเตอร์ไปแล้ว ทั้งชั้นและเมรุจังก็ไม่มีประสบการณ์การเต้นมาก่อนเหมือนกัน เพราะงั้น “ทั้งๆ ที่เหมือนกันแท้ๆ ทำไมชั้นถึงเป็นไม่ได้ล่ะ?” คิดวนเวียนแบบนี้อยู่ในหัวตลอดเวลาเลยค่ะ”

นี่คือความรู้สึกบาดหมางใจของรุ่นที่ 1

แต่ทว่า ทาชิมะ ที่ถูกกำหนดให้เป็นเซนเตอร์ของเดบิวต์ซิงเกิ้ลต่อจาก “Hatsukoi Butterfly” ยิ่งทุกข์ทรมานหนักขึ้นไปอีก

ทาชิมะ “…..“เป็นไปไม่ได้แน่นอน” ก็เป็นซิงเกิ้ลเดบิวต์นี่คะ พวกรุ่นที่ 1 เนี่ยพยายามกันมาตลอด ส่วนพวกเรารุ่นที่ 2 พึ่งจะได้เริ่มเดินกันเองแท้ๆ “ทำไมกัน? ทำไมเป็นชั้นอีกแล้วล่ะ?” ที่จริงช่วงนั้นไม่มีความทรงจำเรื่องที่ตัวเองหัวเราะเลยค่ะ กับเมมเบอร์เองก็ค่อยๆ สนิทกันแล้ว แต่ว่าก็ไม่ได้คุยกันสนุกสนานหรอกนะ ซาชิโกะจัง (ซาชิฮาระ) เองก็ ช่วงนั้นก็ไม่ค่อยได้พูดอะไรอย่าง “พยายามเข้านะ!” เลยค่ะ

รายการเพลง หรือ นิตยสารที่มาเก็บข้อมูล กับรุ่นที่ 2 คนอื่นๆ แล้ว ปริมาณงานต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยค่ะ ตอนสัมภาษณ์ก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี หรือไม่ดี ตอนถ่ายรูปก็ไม่รู้ว่าต้องมองไปทางไหน…. ท่าเต้นที่ต้องจำก็จำไม่ค่อยได้ ปวดหัวตึ๊บๆ เลยค่ะ”

ทาชิมะ เมรุนั้น มีเพียงสิ่งเดียว ที่จะช่วยผ่อนคลายจิตใจได้ นั่นคือการได้พูดคุยกับแฟนๆ

งานจับมือครั้งแรกของ “Suki! Suki! Skip!” (ออกจำหน่ายวันที่ 20 มีนาคม) ถูกจัดขึ้นที่โยมิอุริแลนด์

มีแฟนๆ จำนวนมากที่รีบไปที่นั่น

ที่เลนเข้าแถวจับมือของทาชิมะนั้น มีคนมากมายมารวมตัวกันอยู่

จากมุมมองของทาชิมะที่บังเอิญ “แย่ง” ตำแหน่งเซนเตอร์มาจากรุ่นที่ 1 แล้ว “คงไม่มีใครมางานจับมือกับชั้นหรอกมั้ง….” แต่ทว่าการคาดการณ์นั้นแตกต่างไปจากความจริงที่เห็น

ที่นั่น ทาชิมะที่ไม่ว่าจะเจ็บปวดใจขนาดไหนก็ไม่เคยมีน้ำตาให้เห็น เป็นครั้งแรกที่น้ำตาไหลพรั่งพรูออกมา

ทาชิมะ “ชั้น เป็นคนประเภทที่ไม่ร้องไห้ แต่ว่า เป็นการร้องไห้เพราะดีใจน่ะค่ะ คนหลากหลายช่วงอายุตั้งแต่เด็กตัวเล็กจิ๋วไปจนถึงผู้ใหญ่ มากันมากจริงๆ ค่ะ พอได้รู้ว่า “มีคนที่รักชั้นอยู่แบบนี้” น้ำตาก็ไหลไม่ยอมหยุดเลยค่ะ แฟนๆ ก็คือเพื่อนของชั้น คนที่อยู่เคียงข้างชั้น พวกพ้องของชั้น ชั้นคิดแบบนั้นค่ะ มีคนที่บอกว่า “ลำบากเลยนะ เป็นอะไรมั้ย?“ อยู่ด้วย นี่เป็นสมบัติล้ำค่าของชั้นเลยค่ะ”

มีคนที่กำลังมองแฟนๆ ที่มาเข้าแถวในเลนของทาชิมะ และเจ็บใจจนน้ำตาไหลออกมา มิยาวากิ ซากุระ

มิยาวากิ “เลนข้างๆ คือเมรุจัง ตอนนั้น เห็นจะมีแต่เลนของชั้นที่ไม่มีคนเลยค่ะ กลับกันเลนของเมรุจังมีคนเพียบเลย เรื่องนี้เป็นครั้งแรกที่จะพูดเลยนะคะ ……พอเห็นอย่างนั้นแล้วก็คิดว่า “ชั้นจะลาออก” จากนั้นมาก็เอาแต่คิดว่า “ชั้นจะออกเมื่อไหร่ดี” ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเมรุจังไม่ได้เลวร้ายอะไร …….ความรู้สึกอคติที่เป็นนิสัยในตอนนั้น พอนึกขึ้นมาตอนนี้แล้วสุดๆ เลย”

จิตใจของเหล่าเด็กสาววัยรุ่นช่างรุนแรงยิ่งนัก

โดยเฉพาะ จิตใจของโคดามะ ฮารุกะ ที่กำลังปั่นป่วนยิ่งกว่าใคร

โคดามะ “รู้สึกว่าชั้นในตอนนั้น แย่มากจริงๆ ค่ะ มีอยู่วันนึงตั้งใจจะถ่ายคลิปในห้องแต่งตัว จากนั้นมุราชิเกะก็เข้ามาวุ่นวายอยู่ข้างหลังค่ะ มุราชิเกะก็แค่เล่นเหมือนกับปกติแท้ๆ ชั้นที่ตอนนั้นกำลังเครียดๆ อยู่ ก็โกรธจนพูดออกไปว่า “แย่ที่สุดเลย! ไปให้พ้นๆ เลยนะ” แล้วซัชชี่ก็มาพูดกับชั้นว่า “ฮารุปปี้น่ะคิดแต่เรื่องของตัวเองนะ ลองมองรอบๆ ตัวให้มากกว่านี้อีกหน่อยไม่ดีกว่าเหรอ” เป็นครั้งแรกที่ถูกซัชชี่ตักเตือนแบบนั้นเลยค่ะ แล้วจากนั้นมาในหัวของชั้น คำพูดของซัชชี่ก็ดังซ้ำไปซ้ำมา “คิดแต่เรื่องของตัวเอง” ……บางที ชั้นว่าชั้นคงจะคิดแบบนั้นมาตลอดล่ะนะ เพราะถ้าหากว่าชั้นไม่ได้คิดมาก่อนแล้วล่ะก็คงเป็นคำที่ไม่ออกมา จากนั้น ชั้นก็ตัดสินใจจะคิดเรื่องอื่นๆ ค่ะ”

ราวกับว่า ความพยายามที่มีมาตลอดจนถึงตอนนั้น ไหลพรูร่วงหล่นลงจากฝ่ามือเฉกเช่นเดียวกับเม็ดทราย

ปี 2013 นั้น ได้กลายเป็นปีที่วุ่นวายเกินกว่าจินตนาการของเหล่าเด็กสาวยิ่งนัก 

Advertisements

2 thoughts on “เดบิวต์ซิงเกิลที่แสนวุ่นวาย”

  1. น่าสงสาร เมรุ สุดแล้ว ยิ่งตำแหน่งยืนตอนนี้ ยิ่งแย่เลย ไม่ค่อยได้ถ่ายรายการด้วย T o T

    Like

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s