น้ำตาของรุ่นที่ 1 น้ำตาของรุ่นที่ 2

HKT48 ในวันแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยว วันแสดงจริง การซ้อมในช่วงเช้าตรู่

เหล่าเมมเบอร์สวมใส่เสื้อผ้าเช่นเดียวกับตอนแสดงจริง และขึ้นไปบนเวที

สถานที่ใหญ่โต ต้องเงยหน้าสูงยิ่งกว่าที่คิดไว้ เมื่อเงยหน้าจนแทบจะปวดคอแล้ว สิ่งที่อยู่ต่อหน้าคือที่นั่งของผู้ชม กว้างขวาง ในอีกหลายชั่วโมงให้หลัง ผู้ชมกว่าหมื่นคนจะมายังที่แห่งนี้

ในความเป็นจริงแล้ว เพียงแค่แฟนของ HKT48 คงไม่สามารถเติมเต็มที่นั่งทั้งหมดได้ แต่ทว่า ตั๋วหมื่นใบที่ขายไปได้ สิ่งนั้นมีความหมายถึงขนาดที่ว่า แฟนๆ ของวงอื่น มีความสนใจใคร่รู้ว่า “HKT48? ไปดูกันเถอะว่าเป็นยังไง”

ไม่ใช่แค่ทำให้ผู้ชมได้รับความพึงพอใจนะ แต่ต้องทำให้เกินคาดถึงขนาดที่จะกลายมาเป็นแฟนของพวกเราตอนกลับบ้านไป

เหล่าเด็กสาวกลืนน้ำลายไปพร้อมๆ กับความคิดเช่นนั้น

แต่ทว่า ความกังวลที่มีให้เห็นเห็นมาตั้งแต่ตอนฝึกซ้อม ปัญหายังไม่ถูกแก้ไข

หลังจากการฝึกซ้อมจบลง สต๊าฟก็เรียกเคงคิวเซย์ทุกคน นอกจากทีม H มารวมตัวกัน

“ทุกคนเข้าใจความหมายของการมายืนที่ Budokan หรือเปล่า? จะไม่พูดหรอกนะว่าว่าห้ามผิดพลาด แต่ว่า คิดว่าทำพลาดมากี่ครั้งแล้ว? ได้ลองนึกดูบ้างมั้ยว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงให้หลัง จะมีผู้ชมเป็นหมื่นคนมาที่นี่? หากเป็นปกติแล้ว ด้วยความรู้สึกแบบในตอนนี้ของพวกเธอคงไม่สามารถฝึกซ้อมได้ใช่มั้ย?”

รุ่นที่ 2 นั้นแม้จะเป็นวันจริงแล้วก็ยังคงไม่สามารถจำตำแหน่งยืนได้อย่างถูกต้อง ตอนซ้อมก็ยังคงทำพลาดอย่างต่อเนื่อง

หลังจากถูกสต๊าฟตักเตือนแล้ว เคงคิวเซย์รุ่นที่ 1 ที่มีความเป็นผู้นำอย่าง อิมาดะ มินะ ก็เรียกรวมตัวรุ่นที่ 2 แล้วพูดว่า

“เวลาก่อนเริ่มแสดงก็ไม่มีแล้ว มาพูดตอนนี้อาจจะสายไป…….. ที่ผ่านมาสองสัปดาห์ ก็มีเวลาอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำอะไรกันอยู่? ช่วยจริงจังกันกว่านี้หน่อยสิ ทุกคนยังเป็นแค่เคงคิวเซย์อยู่ ต่อจากนี้ต้องพยายามเพื่อให้ได้เลื่อนชั้นเข้าทีมใช่มั้ย?”

น้ำตาเอ่อล้นออกมาจากดวงตาของอิมาดะ มินะ

“สุดท้ายเคงคิวเซย์ก็มารวมตัวกัน อุตส่าห์ได้โอกาสแสดงเพลงเฉพาะของเคงคิวเซย์แล้วแท้ๆ…. ก่อนหน้านี้เพราะว่ามีกันอยู่แค่ 5 คนก็เลยไม่สามารถทำอะไรได้เลย สำนึกให้มากกว่านี้หน่อยสิ! ทั้งเรื่องรอบๆ ตัว หรือ เรื่องของทีม”

เหล่ารุ่นที่ 2 ที่ไม่สามารถพูดอะไรได้ ในนั้นก็มีคนที่ร้องไห้อยู่ด้วย

อิมาดะ “แตกต่างกันมากเกินไปล่ะนะคะ ระหว่างรุ่นที่ 1 ที่ขึ้นแสดงโคเอ็นมาหลายต่อหลายครั้ง กับ รุ่นที่ 2 ที่ยังด้อยประสบการณ์ แต่ว่าจะไม่พูดก็ไม่ได้ ตอนนั้นคิดว่าชั้นคงดูน่ากลัวมากเลยนะคะ (หัวเราะ) ยอมถูกเกลียดเสียจะดีกว่า (หัวเราะ)”

“ทบทวนดูซะนะ” พูดจบอิมาดะก็ออกไป จากนั้น บรรดารุ่นที่ 2 ก็ถกเถียงกัน คนที่ทำได้ก็ต่อว่าเมมเบอร์ที่ทำไม่ได้

มัตสึโอกะ “หากมองจากเมมเบอร์ที่ทำได้แล้วล่ะก็ คิดว่าคงมีความรู้สึกที่อยากจะพูดสักอย่างอยู่ แต่ว่าที่โมโหแล้วก็พูดใส่เมมเบอร์คนอื่นน่ะ ชั้นที่กำลังฟังอยู่ข้างๆ ก็หยุดเรื่องนั้น “พอได้แล้ว ถูกอาจารย์โกรธ ถูกสต๊าฟโกรธ แล้วก็ถูกมินะโซ(อิมาดะ มินะ)โกรธ นี่ยังไม่พออีกเหรอ? ไม่มีเวลาแล้วนะ เรามาซ้อมกันเถอะ”

ตอนนั้น ทานิ มาริกะ ที่กำลังถูกโกรธในฐานะเคงคิวเซย์

“รุ่นที่ 2 ทำกันไม่ค่อยจะได้เลยจริงๆ ค่ะ ตอนนั้น ทุกคนรวมทั้งชั้นด้วย “นี่มันตรงไหนเนี่ย?” “ต้องยืนตรงไหนอ่ะ?” “ว้าาา” เพราะงั้น ก็เลยถูกโกรธ โดยเริ่มจากซัชชี่ แล้วก็รุ่นที่ 1 …… แล้วทุกคนก็ร้องไห้ จิตใจก็หดหู่เลยค่ะ สต๊าฟก็ขว้างแฟ้มล่ะมั้งลงที่พื้นดังปัง เป็นครั้งแรกในชีวิตเลยที่โดนโกรธขนาดนี้ เป็นครั้งแรกที่คิดว่า “จะลาออกจาก HKT48” แต่ว่าก็ไม่อยากลาออก เทียบกับรุ่นที่ 1 แล้วระดับต่างกันก็จริง แต่เพราะว่าทำร่วมกันมากับรุ่นเดียวกัน หากล้มไปตรงนี้แล้วก็คงจะต้องแพ้…… แต่ว่าตอนนั้นที่ถูกคุณอิมาดะ มินะ พูดใส่เนี่ย เจ็บปวดจริงๆ ค่ะ พูดอะไรไม่ออก มีแต่น้ำตาที่ไหลออกมา หลังจากนั้นก็พยายามซ้อมกันเต็มที่ในช่วงเวลาสั้นๆ ดูดีวีดีกันอย่างตั้งใจ เรื่องที่เกิดขึ้นที่ Budokan นั้น สำหรับชั้นหรือรุ่นที่ 2 แล้ว เป็นความทรงจำที่ไม่สามารถจะลืมได้ที่สุดแล้วล่ะค่ะ พูดตามตรงถึงจะไม่อยากนึกถึงก็เถอะ แต่ก็เป็นเหตุการณ์ที่ลืมไม่ลงเลย”

เวลาไม่มีแล้ว ทุกคนเช็ดน้ำตา และเริ่มต้นเตรียมตัวครั้งสุดท้ายเพื่อการต่อสู้

แต่งหน้า ทบทวนตำแหน่งยืน ตรวจสอบเครื่องแต่งกาย ทบทวนช่วง MC

ต่อจากนี้จะต้องยืนต่อหน้าคนนับหมื่น แสดงให้เห็นสิ่งที่ตนเองได้ทำมา

 

ก่อนเริ่มการแสดง 20 นาที เหล่าเด็กสาวทั้ง 39 คนรวมตัวกัน ซาชิฮาระพูดขึ้น

“แม้จะทำพลาด ก็ขอให้อย่าไปรู้สึกหดหู่คิดว่า “แย่ที่สุด….” ชั้นเองก็คงจะทำพลาดแน่นอน ทุกคนเองก็คงจะทำพลาดแน่นอน จนถึงตอนนี้ที่ชั้นโมโหใส่ทุกคน แล้วพูดไปว่า “ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด!” แต่ว่าที่พูดไปก็เพราะจะให้ทุกคนมีกำลังใจ เพราะงั้นการไม่ผิดพลาดคือสิ่งสำคัญที่สุดก็จริง แต่แม้จะพลาดก็ขอให้สนุกเข้าไว้ ไม่ต้องกลัวว่า “จะถูกโกรธ!” แล้วล่ะ เพราะว่าหลังจากนี้จะไม่มีใครโกรธอีกแล้วมาสนุกกันเถอะ”

“ค่ะ!” รุ่นที่ 1 รุ่นที่ 2 ตอบรับด้วยเสียงอันดัง 39 คน ทุกคนเตรียมตัวพร้อมแล้ว

ออกเดินทางไปยังเวที

โดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะความตื่นเต้นและดีใจ โมริยาสุ มาโดกะ ก็มีน้ำตาปริ่มขึ้นมาที่ดวงตา

“เดี๋ยวก่อน เร็วไปแล้ว”

เมมเบอร์พูดพลางหัวเราะไปด้วย ดวงตาของเด็กสาวที่พูดก็มีประกายสะท้อนออกมาเช่นกัน

ตอนนี้ เหล่าเด็กสาวได้เดินไปยังเวทีของการต่อสู้

Advertisements

One thought on “น้ำตาของรุ่นที่ 1 น้ำตาของรุ่นที่ 2”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s